บทเพลงจากนกเขาป่า
เพื่อเป็นการรำลึกแห่งการครบรอบการจากไป 1 ปี ทางเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้มีความประสงค์ในการจัดงานเพื่อรำลึกถึงพาตี่ปุนุ ซึ่งถือเป็นวีรบุรุษในการต่อสู้เพื่อคนอยู่กับป่าคนหนึ่ง โดยเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้มีการผลิตซีดีเพลงชุดหนึ่ง โดยมีพาตี่อ็อด วิฑูรย์ เป็นผู้ดูแลเนื้อร้องทำนองขับร้อง
"ช่วยแต่งเพลง เกี่ยวกับปุนุ ให้หน่อย พาตี่แต่งไม่ทันแล้ว" พาตี่อ็อดมาบอกผม ผมจึงลงมือเขียนเพลงปูนุด้วยความรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเพลงแรกที่ผมเขียนถึงคนตาย และต้องพูดถึงเหตุการณ์ในการตายของเขาด้วย จึงทำให้ผมนึกถึงบทเพลงคร่ำครวญในงานศพ หรือบทเพลงแห่ศพของคนปกาเกอะญอขึ้นมาทันที
เนื่องจากที่มาของเพลงแห่ศพหรือที่คนปกาเกอะญอเรียกว่า "ธาโยต่า" นั้น มันมีที่มาจากการเรื่องเล่าว่า ในอดีตคนปกาเกอะญอมีเมืองอยู่ที่ "เหว่กิแม" หรือเมืองที่ลายด้วยงา ว่ากันว่าเมืองปกาเกอะญอในอดีตนั้นมีช้างเป็นจำนวนมาก มองไปทางไหนจะเห็นงาช้างเกือบทุกมุมเมือง จึงเรียกเมืองนั้นว่า เมืองที่ลายด้วยงา และรูปร่างแดนแดนของคนปกาเกอะญอในสมัยนั้นมีรูปร่างเหมือน ปี่เขาควาย คือมีลักษณะโค้งเว้า โดยมีแม่น้ำกิแมกั้นระหว่างเมืองปากเกอะญอกับเมือง "โก หว่า" หรือเมืองคนลัวะ
ที่คนปกาเกอะญอเรียกว่าคนลัวะว่า โกหว่า เพราะว่า เมืองคนลัวะอยู่ฝั่งแม่น้ำโกโกละ คือทางแม่น้ำโขง ส่วนคนปกาเกอะญอทางฝั่ง "โค่โกละ" หรือทางฝั่งสาละวิน แต่เป็นสาละวินทางฝั่งตะวันออก "โก" หมายถึงแม่น้ำโขง "หว่า" หมายอีกฝั่งหนึ่ง "โกหว่า" จึงหมายถึงฝั่งทางแม่น้ำโขง คนปกาเกอะญอจึงว่ากันว่า เมือง "กิแม" นั้น อยู่ในบริเวณที่ตั้งของเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งแม่น้ำปิงเป็นลำน้ำที่กั้นระหว่างเมืองปกาเกอะญอกับเมืองลัวะในอดีต
แต่มาวันหนึ่งมีเผ่าพันธุ์อื่นมารุกราน ปล้น ฆ่า ฟันทั้งคนในเมืองลัวะและเมืองคนปกาเกอะญอ ทำให้คนปกาเกอะญอต้องหนีกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง บ้างหนีขึ้นดอย บ้างหนีไปทางแม่สะเรียง แล้วข้ามฝั่งสาละวินแล้วไปอาศัยอยู่กับคนปกาเกอะญออีกกลุ่มใหญ่ทางลุ่มน้ำสาละวินทางฝั่งตะวันตกหรือรัฐกะเหรี่ยงในสหภาพพม่า ปัจจุบัน
ในการหนีภัยจากการถูกรุกรานครั้งนั้น ทำให้มีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก ในงานศพจึงมีบทสวดร้องที่สาปแช่งคนหรือเผ่าพันธุ์ที่เข้ามารุกราน ปล้น ฆ่า และแย่งชิงบ้านเมืองของคนปกาเกอะญอไป โดยมีคำพูดที่พาดพิงถึงคนที่ทำให้คนปกาเกอะญอต้องหนีจากบ้านเมือง ต้องล้มหายตายจากกันคือ "คนโย" ธาโยต่า มีที่มาคือเป็นบทสวดที่สาปแช่ง "คนโย" โดยเฉพาะ เพราะคนโยคือสาเหตุที่ทำคนปกากอะญอต้องไร้บ้านไร้เมือง
ทุกวันนี้คนปกาเกอะญอยังคงเรียกคนในบริเวณล้านนาว่า "โย" คนโยเองมักจะเรียกคนปกาเกอะญอว่า "ญาง" ในขณะที่คนภาคกลางนั้นจะเรียกว่า "โยเตอหร่า" ซึ่งน่าจะมาจากอยุธยาเดิมนั่นเอง
ผมเคยคุยกับ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านบอกผมว่า คนโย ที่ว่านี้ อาจเป็นไปได้ทั้ง โย ที่เป็น โยนกหรือคนแถบล้านนา หรือไม่ก็อาจเป็น โย ที่เป็นโยเดีย หรือคนอยุธยาก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ คือ "คนโย" นั่นเองที่เป็นผู้รุกราน
เหตุการณ์ที่มีนโยบายอพยพคนออกป่ามันอาจจะไม่เหมือนเหตุการณ์ที่คนโยมาปล้นชิงเอาบ้านเมืองของคนปกาเกอะญอและคนลัวะในอดีตไป แต่มันก็คล้ายๆ กัน ผลของมันไม่ต่างกัน
"มันเอาอีกแล้ว ไอ้พวกโยนี่ ในอดีตมันเป็นอย่างไร ปัจจุบันมันก็ไม่เคยเปลี่ยน เห็นที่อยู่ที่กินของคนอื่นบูรณ์กว่า อยากจะได้มาเป็นของตนเอง พอมันได้มา มันก็ไปทำลายจน ดินเสื่อม น้ำแล้ง ป่าโทรม อากาศเสียหมด ไม่รู้มันจะทำไปถึงไหนกัน??" ผู้เฒ่าอาวุโสคนหนึ่งในชุมชนปกาเกอะญอบ่นอย่างหัวเสีย
"ต้องเอา ธาโยต่า มาใส่ในเพลงพาตี่ปูนุ เพราะคนโยอีกแล้วที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาตาย" ผมนึกในใจตั้งใจทำอย่างนั้นขณะกำลังเขียนเพลง
[ Permalink ] . [ 11 ความคิดเห็น ]
เป็นที่น่าเสียดายว่า ตอนนี้ชุมชนลัวะมีอยู่ไม่มากเหมือนชุมชนปกาเกอะญอแล้ว
ลัวะที่ชุมชนบ้านละอุบ อ.แม่ลาน้อยเป็นชุมชนใหญ่พอสมควร
ด่วน! เปิดรับสมัครผู้ร่วมงานจำนวนมาก ไม่จำกัดวุฒิ อายุ 19 ปี ขึ้นไป
กรุงเทพฯ/ปริมณฑลจะพิจารณาเป็นพิเศษ
www.job-th.com/thai
ว่ากันถึงเรื่อง ตำนาน ..เหว่กิแม..(เวียงเจียงใหม่)
ผมก็เคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่วกับเรื่อง..เหว่กิแม..เหมือนกัน ผมไปอ่านเจอในหนังสือภาษาปกาเกอะญอ ที่คนกะเหรี่ยงในพม่าบันทึกไว้
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ผู้บันทึกเรื่องเล่านี้ ได้อ้างอิงถึงที่มาของเรื่องว่า ผู้เล่าให้เขาฟังนั้น กลับเป็นข้าราชการคนกะเหรี่ยงในประเทศไทย ที่เขาได้พบเมื่อผู้เล่านั้นไปไหว้พระเจดีย์ชเวเดากอง ที่เมืองย้างกุ้ง
ผู้บันทึกตำนานเหว่กิแม ที่ผมว่านั้น เขาชื่อ ซอว์อ่องละ ชิอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้
และข้าราชการคนกะเหรี่ยงที่ ซอว์อ่องละอ้างถึงคือ..พระสุวรรณ..หรือพระศรีสุวรรณ (ตำแห่งเจ้าเมือง) สังขละบุรี กาญจนบุรี
ถ้ามีเวลาและมีพื้นที่ ผมอาจจะเบียดพื้นที่เข้ามาเล่า..
************************************************************
อยากให้ชินำเสนอเนื้อเพลง..ปาตี่ปุนุ..อาจจะเป็น บทเพลงต้องห้าม ในตอนต่อไป ถ้าเป็นได้
หนาวแล้วนะ..ชิ รักษาสุขภาพด้ว
เพลงปุนุ ดอกจิมู เพราะมากครับ
โอะ มึ โช เปอ ครับ
ผมว่าจุดเด่นของ อ.วุฒิ ที่น่าสนใจ คือการเชื่อมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของคนปกาเกอะญอกับ ประวัติศาสตร์ของทางการสยามและไทยได้ ซึ่งน้อยคนที่มีข้อมูลนี้ พระศรีสุวรรณก็เช่นกัน น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ท่านเป็นคนกะเหรี่ยง ผมว่าพื้นที่นี้จะยินดีและเป็นเกิยรติอย่างยิ่ง หากอ.วุฒิ ได้มานำเสนอเรื่องราวนี้
ที่หมู่บ้านผมเก็บเกี่ยวเสร็จเกือบหมดแล้ว หวังว่าทางราชบุรีคงไปโลดเช่นกันนะครับ
อมก๋อยน่าจะหนาวนะครับ ครูประเสริฐ อย่าลืมกลับมาหาไออุ่นทางแม่วาง หนองเต่าบ้างนะครับ เดี๋ยวมันจะขึ้นสนิมครับ
ต่าบลื๊อครับ
แถวอมก๋อยอากาศก็หนาวพอสมควรครับ สำหรับแม่วางก็กลับทุกเดือน ไม่ได้เอาซีดีและวีซีดีของชิมาที่นี่ก็เปิดดูจาก youtube เอา ซึ่งไม่รู้ว่ามีใครมา upload ไว้มีหลายเพลงทีเดียว ผมคิดว่าส่วนใหญ่แล้วคงเป็นพี่น้องปกาเกอะญอที่อยู่ต่างประเทศ ดูจำนวนคนที่เข้าไปดูมีจำนวนมากทีเดียว ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เป็นเรื่องที่ถ่ายทอดความเป็นมาของคนแต่ละยุคแต่ละสมัย บางครั้งก็บิดเบือน บางทีก็เป็นสิ่งที่จริง ผู้ที่มีอำนาจก็สามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ได้ กับความเป็นมาของชนชาติกะเหรี่ยงน่าจะเป็นจริงมากที่สุดตามที่ธาได้ร้องเอาไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษมาสู่ลูกหลาน ธาเป็นสิ่งสำคัญที่บรรพบุรุษได้ให้เป็นมรดกแก่เรา ได้ถ่ายทอดแก่รุ่นลูกรุ่นหลัง ให้จดจำเอาไว้ แทนการบันทึก ซึ่งยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ห้ามมีการเรียนภาษาถิ่นเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ แม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีอยู่เช่นกัน ผมถือว่า"ธา"เป็นมรดกของเราที่ควรรักษาอย่างยิ่งครับ
ประวัติศาสตร์ ..เหว่กิเม..(เวียงเจียงใหม่) ในบันทึกของ คนปกาเกอะญอ/กะเหรี่ยง ที่ผมกล่าวถึงนั้นน่าสนใจและชวนวิเคราะห์
เพราะว่าผู้บันทึกเป็นคนปกาเกอะญอ/กะเหรี่งในพม่า
และที่น่าสนใจก็คือว่า ..เส้นทาง..ของเรื่องเล่าถูกส่งผ่านโดยผู้นำคนกะเหรี่ยงที่เป็นเจ้าเมือง สังขละบุรี ที่อยู่ กันคนละทิศ คนละภาค กับเนื้อเรื่อง ที่เป็นเรื่อง เจียงใหม่(ภาคเหนือ)
สะท้อนให้เห็นว่า พระศรีสุวรรณ เจ้าเมืองสังขละบุรี เป็นผู้ที่สนใจ ใคร่รู้เรื่องราวของเผ่าพันธุ์
และก็โดยตำแหน่งของการเป็นเจ้าเมือง เป็นข้าราชการสยาม เรื่องราว ชื่องเสียง ของ ..พระศรีสุวรรณ..จึงเป็นที่รับรู้และสนใจของ ชาวกะเหรี่ยงในพม่าด้วย
การที่พระศรีสุวรรณ ไปกราบไหว้พระเจดีย์ ชเวดากองในย่างกุ้ง ก็เป็นดังเช่นที่ต้องไปกาบไหว้พำระแก้วมรกต ที่กรุงเทพฯ
การไปย่างกุ้งเพื่อไหว้เจดีย์ มองได้ 2 มุม คือ 1 เป็นเรื่องศรัทธาบุคคล และเป็นการปฎิบัติหน้าที่ทางราชการ อาจจะเป็นเรื่องการข่าวก็มองได้เช่นกัน เมื่อคนกะเหรี่งในพม่าทราบว่าพระศรีสุวรรณ มาย่างกุ้ง จึงได้มาพบเพื่อซักถามเรื่องราวของคนกะเหรี่ยใน ประเทศไทย รวมทั้งในเชียงใหม่ ......
โอะ มึ โช เปอ ครับ
เรื่องในการ โหลด เพลงเข้าที่ youtube นั้รผมได้ข่าวมานานแล้ว แต่ผมก็นึกว่า โหลดเพียงเพลงสองเพลง แต่ช่วงหลังมีตนบอกผมว่าโหลดกันทั้ง อัลบั้มเลย ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร หากมองในด้านที่ดีก็ดีไป หากมองในอีกแง่ของคนทำเพลงอาจจะไม่ค่อยยุติธรรมนัก แต่สำหรับผมก็ไม่ว่ากัน ถือเป็นการเผยแพร่เรื่องราวชนเผ่าปกาเกอะญอภายในตัวด้วยเช่นกัน
อ.วุฒิครับ ผมเคยไปที่มหาเจดีย์ ชเวดากอง เมื่อครั้งที่ผมไปประเทศพม่า ซึ่งมีปกาเกอะญอฝั่งไทยไปกันเกือบ 40 คน แต่ไม่มีใครสนใจไปเยี่ยมชมเลย ผมต้องแหกกฏและหนีไปเพื่อไปที่ เจดีย์ชเวดากอง ซึ่งหากดู มิงสิกวีดีโอ เพลง ต่าบลื๊อ ในอั้ลบั้มเพลงนกเขาป่า จะเห็นภาพที่ผมไปที่เจดีย์ชเวดากอง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ในเรื่องเล่าของคนปกาเกอะญอนั้น ตำนานที่มาหรือจุดกำเนิดชเวดากองเป็นคนละเรื่องกับที่คนพม่ากับไทยได้ว่าเอาไว้ แต่มาเหมือนกันเอาตอนท้ายที่มีท่านบุเรงนอง เป็นผู้บูรณะ
โอะ มึ โช เปอ อีกครั้งครับ
พูดถึงบูเรงนองก็เช่นกันครับ ที่มาของบุเรงนองที่ประวัติศาสตร์พม่ากับไทยได้ระบุไว้นั้น แตกต่างจากเรื่องเล่าที่คนปกาเกอะญอฝั่งพม่าว่าไว้มากทีเดียว ซึ่งเมื่อผมฟังแล้วมันคล้ายๆเรื่องราวของครูบาศรีวิชัย ตนบุญล้านนาผู้บุกเบิกทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ คนปกาเกอะญอหรือคนกะเหรี่ยงฝั่งไทยว่าไว้อีกอย่าง แต่ทางการไทยก็ว่าไว้อีกอย่างช่นกัน บางทีหลายก็ตั้งคำถามว่าประวัติศาสตร์ทางการของประเทศหรือรัฐชาตินั้นๆบิดเบือนความจริง หรือว่า เรื่องเล่าพื้นบ้านนั้นบิดเบือนความจริงเพื่อเข้าข้างตนเอง
แต่ที่ว่านะครับ ผมเองอยากทราบที่มาที่ไปของ ท่านพระศรีสุวรรณเช่นกัน หากอ.วุฒิไม่สะดวกที่เผยแพร่ในพื้นที่นี้ อาจารย์สามารถส่งข่าวคราวผ่านทาง Chipakayaw@yahoo.com นะครับ
ต่าบลื๊อครับ
เรื่อง ตำนาน..เหว่กิแหม่..(เวียงเจียงใหม่) กับ เรื่องราวของ ..พระศรีสุวรรณ.ยด่านพระเจดีย์สามองค์.และเจ้าเมืองคนกะเหรี่ยง แห่งเมือง สังขละบุรี.. ผมจะเข้ามา ..เปิดประเด็นที่ตรงนี่แหละ แต่ เอาแบบ ผมสะดวกก็แล้วกัน เพาะว่า ช่วงนี้ผมต้องวุ่นอยู่กับการเตรียมเกี่ยวข้าวในทุ่งนา อีกทั้งต้องดูวัวอีกกลุ่มหนึ่ง กับต้องใหน้ำเผือกที่ปลูกไว้อีกแปลงหนึ่ง
ก็ไม่ได้ทำอะไรเยอะแยะ ทำนิดๆหน่อย แบบพอกิน พอใช้ ถ้าเหลือบ้างก็เจือจานแบ่งปันกันไป พี่บ้าง น้องบ้าง เพื่อนบ้านบ้าง
ยินดีมากครับ อ.วุฒิ ดูแลสุขภาพนะครับ
ต่าบลื๊อ