blogazine prachatai บล็อกกาซีน (beta)  |  บล็อกทั้งหมด  |  จัดการบล็อก  |  เงื่อนไขและข้อตกลง  |  นโยบายความเป็นส่วนตัว  |  ประชาไท

บทเพลงต้องห้าม (8)

ส่งมาเมื่อ 10 พ.ย. 2008 - 00:00:00.  หมวด: คนชายขอบ  ป้าย:

ปี 2540 สถานการณ์การต่อสู้ของชุมชนที่อยู่กับป่าร้อนระอุขึ้นมาอีกระลอก เมื่อรัฐบาลของนายหัว ชวน หลีกภัย ได้มีนโยบายอพยพคนออกจากป่า นั่นหมายถึงชะตากรรมวิถีของคนอยู่กับป่าจะถูกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง ชุมชนเดิม ที่อยู่ ที่ทำกินเดิมนั้นจะกลายเป็นเพียงที่ที่เคยอยู่เคยกินเท่านั้น


ตัวแทนขบวนคนอยู่กับป่าจึงมีการขยับเคลื่อนสู่หน้าทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง โดยมีเครือข่ายกลุ่มสมัชชาคนจนจากภาคต่างๆมาสมทบอย่างครบครัน กลายเป็นชุมชนคนจนหน้าทำเนียบโดยปริยาย


ลูกหลานไปเรียกร้องสิทธิหลายครั้งแล้ว ไม่ได้สักที คราวนี้ฉันต้องไปเอง ถ้าเรียกร้องไม่สำเร็จฉันจะไม่กลับมาเด็ดขาด” เขาซึ่งเป็นผู้นำอาวุโสคนหนึ่งในชุมชนปกาเกอะญอบ้านแม่หอย อำเภอจอมทอง เชียงใหม่ พูดก่อนที่จะร่วมเดินทางไปเรียกร้องสิทธิ์ของคนอยู่กับป่า ซึ่งเป้าหมายของทุกที่ไปก็คล้ายกันคือครั้งนี้หาก เรียกร้องไม่สำเร็จก็จะไม่ยุติการชุมนุม


ต่าอี้ เออ นะแหล่ ลาลา”

โอ้ชะตา ชีวิต ช่างรันทดนัก ลาลา” ก่อนออกจากบ้าน เขาร้องขับขานบทเพลงอึธา ทำนองเศร้าสร้อยอย่างไม่ยอมหยุดทำให้ภรรยาต้องต่อว่า เพื่อให้หยุดร้องบทเพลงดังกล่าว


เช้าวันนั้น รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ ได้ยอมเจรจากับกลุ่มผู้ชุมชุม เขาจึงเข้าไปร่วมฟังการเจรจาด้วย

อย่างไรก็แล้วแต่ คนที่อยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำของประเทศต้องย้ายออกสถานเดียว เพื่อเป็นการรักษาพื้นทีป่าของประเทศเอาไว้ มันไม่สามารถละเว้นได้ มันเป็นข้อกฎหมาย” รัฐมนตรีเกษตรฯ ยืนยันอย่างนั้น


เขาเดินออกมาจากห้องเจราจา พร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไป ขวัญและวิญาณของเขาหลุดลอยจากตัวของเขาไปเสียแล้ว แต่เขาก็พยายามรวบรวมสติกลับคืนมา


บอกผมมา!! จะให้ผมทำอะไร ทำอย่างไร เพื่อที่มัน(รมต.)จะยอมเข้าใจและคืนสิทธิในการอยู่กับป่าให้พวกเรา จะให้ผมไปแทงมันให้ตายไหม?? รีบบอกผมมา ผมไม่อยากรอให้เปลืองเวลากับคนพวกนี้อีกแล้ว” เขาเดินไปพูดกับ พาตี่จอนิ โอโดเชา แกนนำคนปกาเกอะญอคนหนึ่งในการมาชุมนุมครั้งนี้


ควา(สหาย)ใจเย็นๆ เรามีวิธี เราต้องสู้ด้วยสันติวิธี ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ความรุนแรงไม่ใช่ทางไปสู่สิ่งที่เราต้องการ” พาตี่จอนิ บอกเขา ทำให้เขารู้สึกผิดหวังในคำตอบจากพาตี่จอนิ และผิดหวังกับการมาเรียกร้องต่อสู้ครั้งนี้อย่างแรง


สันติวิธี สันติวิธี สันติวิธี แล้วเมื่อไหร่มันจะยุติ??” เขาพร่ำบ่นและเดินไปเดินมาเหมือนคนเสียสติ คลองเปรมประชาข้างทำเนียบ คือจุดที่เขาคิดว่าเขาจะทำให้ทุกอย่างเป็นจุดจบของเรื่องราวทั้งหมด


มีคนโดดน้ำ ฆ่าตัวตายๆๆ” เสียงตะโกนจากหญิงชาวอีสานที่กลับมาจากการอาบน้ำ ผู้คนต่างไปดูเหตุการณ์ รวมทั้งคนปกาเกอะญอที่มาร่วมชุมนุม


พาตี่ปุนุ!!!” เสียงหนุ่มปกาเกอะญอคนหนึ่งอุทานออกมา พร้อมกับวิ่งโดดลงไปช่วยร่วมกับชายฉกรรจ์อีกหลายคน จนสามารถช่วยชีวิตออกมาได้ ทุกคนตะลึงเพราะนึกไม่ถึงว่าพาตี่ปุนุจะตัดสินใจเช่นนี้


ก่อนมาฉันบอกแล้ว หากเรียกร้องสิทธิกลับคืนไม่ได้ ฉันจะไม่กลับบ้าน” เขาไม่พูดประโยคอื่นนอกจากประโยคนี้ ทุกคนจึงลงความเห็นว่าควรนำเขากลับบ้านเกิด มิฉะนั้นเขาอาจทำในสิ่งที่ไม่คาดฝันมากกว่านี้อีก


เวลาส่งเขากลับบ้านไป ให้ไปช่วยดูแลเขาสามคน จะได้ช่วยผลัดกันดู ดูคนเดียวมันไม่ทั่วถึง” แกนนำในการชุมนุมวางแผนกันอย่างนั้น แล้วจึงส่งพาตี่ปุนุกลับบ้าน


คนหนึ่งหลับ อีกคนหนึ่งเฝ้า คนหนึ่งเฝ้า อีกคนหนึ่งดู สลับสับเปลี่ยนกันไปจนถึงแจ้งของเช้าวันที่ 5 เดือนมีนาคม ขบวนรถไฟได้กลับมาถึงดินแดนแห่งแผ่นดินล้านนา ย่างเข้าสู่เมืองรถม้า ผู้อารักขาเริ่มโล่งอกเพราะพาตี่ปุนุ ได้หลับลงอย่างสงบ และอีกเพียงไม่กี่อึดใจก็จะถึงจุดสิ้นสุดปลายทางรถไฟแล้ว พร้อมๆ กับความล้าเพลียเข้ามาเยือนผู้อารักขาทั้งสามคนเช่นกัน จึงเผลอหลับอย่างตายใจ


ในห้วงขณะที่คนอื่นหลับอยู่ เขาเริ่มลืมตา แลซ้ายแลขวาแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเงียบอย่างระแวดระวัง

เขาค่อยๆ ปีนหน้าต่างรถไฟ ก่อนผู้อารักขาจะทันคว้าไว้ทัน ร่างเขาได้ตกลงไปกระแทกกับรางรถไฟแล้ว เขาทำตามคำพูดก่อนที่เขาจะออกเดินทางจากบ้าน


ถ้าเรียกร้องไม่สำเร็จ ฉันจะไม่กลับมาเด็ดขาด” และเขาก็ไม่ยอมกลับจริงๆ

บทเพลงอึธา ลาลา ที่เขาขับขานออกจากบ้าน เป็นบทเพลงลาจากของเขาจริงๆ แต่จากการกระทำของเขาได้กลายเป็นกระแสการต่อสู้ของคนจนและคนที่อยู่กับป่า จนทำให้คณะรัฐมนตรีได้ทบทวนนโยบายอพยพคนออกจากป่าอีกครั้ง แต่กว่าที่จะทบทวนมติดังกล่าว เล่นเอาชาวบ้านต้องปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบนานถึง 99 วัน

 

 

ส่งมาโดย ประเสริฐ สุขสวัสดิ์ เมื่อ 10 พ.ย. 2008 - 00:08:11 - ip: 118.175.162.136  

พาตี่ปุนุ ดอกจิมู แห่งบ้านห้วยหอย ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ อยุ่ในความทรงจำดังที่ชิ สุวิชาน ร้องไว้ในบทเพลงนกเขาป่าครับ

ส่งมาโดย ชิ เมื่อ 10 พ.ย. 2008 - 12:04:01 - ip: 61.7.173.93  

ใช่แล้วครับ คุณครูประเสริฐ ผมว่า คุณครูน่าจะนำเรื่องเหล่านี้ไปเล่าสู่เด็กในโรงเรียนด้วยนะครับ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีโอกาสบรรจุอยู่ในเนื้อหาหลักสูตรของกระทรวงศึกษาฯของประเทศนี้แน่นอนครับ เราอยากให้การต่อสู้ของประชาชนได้มีการให้เกียรติและเชิดชูด้วยเช่นกัน

ต่าบล๊อครับ

แสดงความคิดเห็น

ในทุกความคิดเห็น จะมีหมายเลขไอพีของคุณ (38.103.63.62) แสดง

  • การแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและความหลากหลายทางเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม และความเชื่อ ตลอดจน วิถีชีวิต และสิทธิส่วนบุคคล
  • การวิพากษ์วิจารณ์คำพูด ข้อเขียน หรือความคิดเห็นของบุคคลอื่น ย่อมทำได้โดยสุภาพหลีกเลี่ยงข้อความใดๆอันเป็นการละเมิดหรือดูแคลนต่อบุคคลอื่น
  • การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของบุคคลอื่นย่อมทำได้โดยสุภาพ ในกรณีที่เป็นการกระทำที่กระทบต่อสาธารณะหรือกระทำโดยสาธารณะ
  • ประชาไทขอความร่วมมือ หากต้องการให้ข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ได้แสดงบนเว็บบอร์ด กรุณางดเว้นการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเชื่อมโยงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นการล่อแหลม

คำถาม: วันนี้วันที่เท่าไหร่ ? (ใส่เฉพาะเลขวันที่เท่านั้น) *

ชื่อ: *

อีเมล: (ถ้ามี) ข้อมูลนี้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ.

โฮมเพจ: (ถ้ามี)

ความคิดเห็น: * ใช้โค้ด HTML ไม่ได้

(สูงสุด 1,000 ตัวอักษร)
พิมพ์ได้อีก ตัว

 

ชิ สุวิชาน

ชิ สุวิชาน

หน้าเว็บ

บันทึกล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Blogroll

บล็อกก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ในบล็อกกาซีน

พิเศษ