สุดสัปดาห์กับการ์ตูน
ฉันได้ยินชื่อ Elfen Lied เป็นครั้งแรกจากเสียงลือเสียงเล่าอ้างของบรรดาสมาชิกห้องการ์ตูน เฉลิมไทย พันทิปดอทคอม ในฐานะการ์ตูนและอนิเมชั่นที่ดีที่สุดในรอบปี
ถัดจากนั้นมาไม่นานนัก ฉันกลับได้ยินชื่อของ Elfen Lied อีกครั้งจากรายงานข่าวการตรวจค้นร้านการ์ตูนและเมดคาเฟ่ชื่อดังย่านสยามสแควร์ ในฐานะสื่อลามกที่สมควรจะถูกกวาดล้างให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย
ความขัดแย้งของข่าวสองกระแส ทำให้ฉันสงสัยว่า เป็นไปได้หรือที่การ์ตูนเรื่องหนึ่ง จะเป็นทั้งการ์ตูนที่ดีที่สุด และสื่อลามกได้ในเวลาเดียวกัน ฉันจึงไปหามาอ่านดูบ้าง หลังจากพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้ว ฉันก็ได้ข้อสรุปว่า สำหรับฉัน Elfen Lied คือการ์ตูนเรื่องเยี่ยมเรื่องหนึ่งที่ฉันจะไม่มีวันลืมความประทับใจที่ได้รับจากมัน
Elfen Lied (อ่านว่า เอลเฟ่น ลีด) มาจากภาษาเยอรมัน แปลว่า บทเพลงแห่งเทพยดา เป็นเรื่องราวของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ที่เรียกว่า ไดครอเนียส ซึ่งแปลว่ามนุษย์สองเขา เนื่องจากเด็ก ๆ เหล่านี้มีบางส่วนของกระโหลกศีรษะงอกยาวคล้ายเขา (หรืออันที่จริง มันมองดูคล้าย ‘หูแมว’ มากกว่า) ติดตัวมาตั้งแต่เกิด นอกจากเขาแล้ว ไดครอเนียสทุกคนยังมีต่อมไพเนียลที่ใหญ่กว่ามนุษย์ปกติ และมี ‘เวคเตอร์’ หรือแขนล่องหน ซึ่งจะมีจำนวน และความยาวที่แตกต่างกันไปในไดครอเนียสแต่ละคน พละกำลังของเวคเตอร์มากมายมหาศาล ชนิดที่ว่าสามารถทำลายสิ่งของหรือฆ่าคนได้อย่างง่ายดายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
เมื่ออายุได้ราวสี่ขวบ ไดครอเนียสจะเริ่มรู้สึกถึงเวคเตอร์ที่แอบแฝงอยู่ในร่างกายของตนเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นเด็กเหล่านี้ก็จะเริ่มฆ่าคน โดยส่วนใหญ่เหยื่อรายแรก ๆ ก็มักจะเป็นพ่อแม่ของตัวเองนั่นเอง
ความแข็งแกร่งและจำนวนโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นเพราะไดครอเนียส ทำให้มนุษย์เกิดความกังวลว่า ไดครอเนียสอาจจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่กำเนิดขึ้นมาเพื่อทำลายล้าง และแย่งสถานะความเป็นสิ่งมีชีวิตอันดับสูงสุดของโลกไปจากมนุษย์ มนุษย์กลุ่มหนึ่งจึงจัดตั้งสถาบันวิจัยลับเพื่อเก็บรวบรวมและศึกษาไดครอเนียสขึ้นมา ทันทีที่มีเด็กมีเขากำเนิดมาบนโลก หากไม่ถูกกำจัดทันที ก็จะต้องถูกพรากจากพ่อแม่ นำตัวมากักขังไว้ในสถาบันวิจัยแห่งนี้ในฐานะวัตถุดิบในการทดลอง เมื่อพบว่าพลังและความยาวของเวคเตอร์ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ จึงมีการตั้งกฏว่า ไดครอเนียสทุกคนจะต้องถูกกำจัดก่อนที่จะอายุครบสิบสี่ปี
เรื่องราวบทแรกของ Elfen Lied เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘ลูซี่’ ไดครอเนียสคนแรกของโลกหลบหนีออกจากสถาบันวิจัย เธอถูกยิงที่ศีรษะในขณะที่กำลังจะหนีรอดไปได้ โชคดีที่สวมหมวกเหล็กเอาไว้ ทำให้ไม่ถึงตาย เธอตกลงไปในทะเล และถูกโคตะกับยูกะ พระเอกและนางเอกของเรื่องเก็บได้ ในสภาพที่สูญเสียความทรงจำ
เพียงแค่ฉากแรก ฉันก็เข้าใจทันทีว่าทำไมการ์ตูนเรื่องนี้ถึงถูกแบน เพราะการต่อสู้เพื่ออิสรภาพระหว่างลูซี่กับหน่วยรักษาความปลอดภัยของสถาบันวิจัยเป็นฉากที่รุนแรงมาก เรียกได้ว่าเลือดท่วมหน้ากระดาษ ติดเรท NC-17 อย่างแน่นอน ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ฉากสุดท้าย เพราะยังมีการต่อสู้อีกหลายครั้ง ไม่ว่าจะระหว่างไดครอเนียสกับมนุษย์ หรือไดครอเนียสด้วยกันเอง
ส่วนที่มาของคำว่า ‘สื่อลามก’ ก็คงจะมาจากสภาพเปลือยของลูซี่ตอนที่หนีออกจากแทงค์ที่คุมขังเธออยู่นั่นเอง
หากมองอย่างผิวเผิน Elfen Lied อาจเต็มไปด้วยความรุนแรง แต่เมื่ออ่านต่อไปเรื่อย ๆ แล้ว ฉันก็พบว่า ความรุนแรงที่ Elfen Lied ต้องการนำเสนอ ไม่ใช่ฉากการต่อสู้เลือดท่วมเหล่านั้น แต่เป็นความรุนแรงที่แฝงอยู่ในจิตใจของมนุษย์เรานี่เองต่างหาก
ด้วยความที่กลัวว่าไดครอเนียสจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งที่เคยเป็นของตนเอง มนุษย์จึงกระทำต่อไดครอเนียสเหล่านั้นอย่างโหดร้าย เพียงเพราะเกิดมามีเขา ไดครอเนียสทุกคนจึงถูกชี้หน้าว่าเกิดมาเพื่อเป็นฆาตกร ต้องถูกจับแยกจากมนุษย์และสังคม มาเลี้ยงดูในฐานะสัตว์ทดลองในสถาบันวิจัย ไม่มีใครให้ความรักความอบอุ่น ไม่มีแม้แต่ชื่อเรียก มีเพียงหมายเลขประจำตัว บางคนถูกทดลองด้วยวิธีการอันโหดร้าย บางคนถูกกักขังให้อยู่ตามลำพังในแคปซูล โดยที่ลืมคิดไปว่าแท้จริงแล้ว ไดครอเนียสเหล่านั้นก็เป็นเพียงลูกมนุษย์ที่บังเอิญกลายพันธุ์ โดยไม่ใช่ความผิดของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง คุณคิดว่ามนุษย์จะใช้วิธีเดียวกันนี้เพื่อแก้ไขปัญหาหรือเปล่าคะ? ฉันคิดค่ะ
จากตอนต้นเรื่องที่วางคนอ่านไว้ในฐานะมนุษย์ Elfen Lied จะค่อย ๆ นำเราไปรู้จักกับไดครอเนียสแต่ละคน ให้เราได้รับรู้ว่า แท้จริงแล้ว ไดครอเนียสไม่ได้เกิดมาเพื่อทำลายล้างมนุษย์ พวกเธอเพียงแต่พลั้งมือด้วยบาปบริสุทธิ์ เหมือนเด็กที่เด็ดปีกผีเสื้อด้วยความไร้เดียงสา พวกเธอไม่รู้ตัวว่าพลังของตัวเองเป็นอันตราย และยิ่งไม่เข้าใจว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตัวเองต้องถูกกักขังและทนทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่ ในแคปซูลที่มืดมิด ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องไห้ของพวกเธอ ไม่มีใครโอบกอดปลอบโยน ไม่มีใครได้รับรู้ถึงความฝันที่พวกเธอพยายามหลอนตัวเอง ว่าสักวันพ่อแม่ที่ไม่เคยเห็นหน้าจะมารับกลับไปอยู่ด้วย
เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงบทสุดท้าย ฉันกลายเป็นพวกเดียวกับไดครอเนียส ฉันร้องไห้ให้กับชะตากรรมของพวกเธอ ที่ต้องตายไปโดยไม่ได้รับรู้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพ่อแม่ ตายไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยได้เห็นความสวยงามของโลก รสชาติของขนมหวาน กลิ่นหอมของดอกไม้ ไม่รู้จักแม้เสียงหัวเราะ หรือสิ่งที่เรียกว่าความสุข
ทุกอย่างเป็นเพราะความหวาดกลัว ความแบ่งแยก ความเห็นแก่ตัว และอัตตาที่ยอมให้มีสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าตัวเองอยู่ไม่ได้ของมนุษย์นั่นเอง
หากจะถามว่า ตกลงแล้วการ์ตูนเรื่องนี้เป็นอะไรกันแน่ ระหว่างการ์ตูนที่ดีที่สุด กับการ์ตูนที่สมควรจะถูกแบน ฉันคงไม่สามารถฟันธงลงไปว่ามันเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉันยอมรับว่า Elfen Lied เป็นการ์ตูนที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก เนื่องจากเด็กในบางช่วงวัยอาจยังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอที่จะนำสารที่ได้รับไปประมวลผลจนเข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ และทำให้ ‘ความรุนแรงเชิงรูปธรรมเพื่อการต่อต้านความรุนแรงเชิงนามธรรม’ ลดรูปเหลือแค่ ‘ความรุนแรง’ เฉย ๆ ไป แต่มันเป็นการ์ตูนที่ดีมากสำหรับผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่ และ ‘การ์ตูน’ ก็เป็นเพียงสื่อรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ได้มีไว้สำหรับเด็กเท่านั้นไม่ใช่หรือ?
น่าเสียดายที่ Elfen Lied ได้รับการจัดพิมพ์ออกมาเป็นภาษาไทยเพียงแค่ 9 เล่มแล้วก็ต้องหยุดไป (ได้ยินว่ามีการเก็บหนังสือที่วางจำหน่ายแล้วกลับไปทำลายทิ้งด้วย) ทำให้ฉันไม่รู้ว่าตอนจบของหนังสือการ์ตูนเป็นอย่างไร ต้องไปโหลดอนิเมชั่นมาดูแทน ซึ่งอนิเมชั่นในช่วงท้ายก็ทำขึ้นก่อนที่หนังสือจะออก ดังนั้นบทสรุปของมันจึงไม่เหมือนกัน ซึ่งฉันคิดว่าการ์ตูนปูเรื่องและนำเสนอได้อย่างลึกซึ้ง มีแง่มุมที่น่าสนใจมากกว่า น่าเสียดายที่ฉันคงจะไม่มีโอกาสได้รู้ไปตลอดกาลว่า ชะตากรรมของเหล่าเทพยดาที่ถูกเรียกว่าไดครอเนียสในต้นฉบับของจริงจบลงอย่างไร
การ์ตูนเรื่อง Elfen Lied กับไดครอเนียสในเรื่องมีชะตากรรมเหมือนกันอย่างน่าขัน นั่นคือถูกกำจัดเพราะมนุษย์ที่ไม่พยายามทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ตัดสินว่าเป็นตัวอันตราย ฉันสงสัยว่า ถ้าคนเหล่านั้นได้ลองอ่าน Elfen Lied อย่างจริงจัง เขาจะรู้สึกตัวไหมว่า การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่การ์ตูนโป๊หรือมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความรุนแรง แต่มันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อต่อต้านการแก้ปัญหาด้วยการ ‘กำจัดทิ้ง’ อย่างที่ตัวเขากำลังทำอยู่นั่นเอง.
[ Permalink ] . [ 20 ความคิดเห็น ]
เห็นด้วยค่ะ
ฉันละเกลียดพวกชอบแบนอะไรเรื่อยเปื่อยแบบนี้จริง ๆ
มันไม่คิดจะให้ผู้คนได้เรียนรู้อะไรเลยหรือ
น่าจับลักซ่อนให้หมดจริงเชียว พวกนี้
"คนไทยส่วนใหญ่ไร้การศึกษา เราจึงต้องมีการจัดเรตภาพยนตร์"
คุณลัดดา เจ้ากระทรวงเวทมนตร์กล่าว...
พอจะเข้าใจไหม?
ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเขาเป็นห่วงพวกเรานะ
พวกเราคิดเองไม่เป็นหรอก!!!
พวกเขาเลยคิดแทนให้ไง
ภาพยนตร์ หนังสือ ละคร...
ต่อไปก็ลามถึงเว็บไซต์เองแหละ
เหอเหอ
ผมกับคนที่บ้านชอบดูหนูน้อยอาราเล่ครับ
ดีใจมากเลยที่กลับมาฉายอีก :-)
ดูจากแนวคิดเรื่องแบน-เซนเซอร์ของผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเราแล้ว ทำให้สงสัยช่วงที่อาราเล่หายไป อาจเป็นเพราะโดนแบนฉากปาอุนจิ
หักมุมมาก...
ที่ถูกกำจัดทิ้ง เหมือนตัวการ์ตูนเลยยยยย
จะรออ่านตอนต่อไปจ้า
กำลังจะบอกว่าการ์ตูนเรื่องนี้ดี!? แต่รีวิวของคุณกำลังประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่า
คนไทยโหลดอนิเมแบบผิดกฏหมายมาดู!!
คนไทยซื้อหนังสือการ์ตูนไพเรทมาอ่าน!!
คุณกำลังทำตัวเห็นแก่ตัวเป็นแก่ได้!! ทำตัวเลวไม่ต่างกับสิ่งที่คุณกำลังด่าตำรวจอยู่!!
คุณเป็นโจรที่ขโมยผลงานสร้างสรรค์มาเสพสมโดยไม่เสียสละเพื่อเจ้าของสิทธิ์!!
อย่ามาอ้างเลยว่า อ่านไม่ออก ฟังไม่ออก ขอแค่คุณซื้อของลิขสิทธิ์มาสะสม เงินเพียงแค่ไม่กี่พันบาทเท่านั้น ก็ถือว่าได้ช่วยเหลือนักวาดและบริษัทที่ทำอนิเมดีๆ ได้แล้วแท้ๆ
ย้ำอีกครั้ง!!! คุณกำลังทำลายการ์ตูนดีๆ ที่คุณชอบ ด้วยน้ำมือตัวเอง!!!
ดีจัง ต้องไปอ่านมั่ง
ถึง คุณ "ถามจริงๆ เหอะ" ที่โพสต์เมื่อ 23 December 2007 - 22:40:02
ip: 58.8.144.146" อ่ะค่ะ
ความเห็นของคุณบอกว่า
"คุณกำลังทำตัวเห็นแก่ตัวเป็นแก่ได้!! ทำตัวเลวไม่ต่างกับสิ่งที่คุณกำลังด่าตำรวจอยู่!!
คุณเป็นโจรที่ขโมยผลงานสร้างสรรค์มาเสพสมโดยไม่เสียสละเพื่อเจ้าของสิทธิ์!!
อย่ามาอ้างเลยว่า อ่านไม่ออก ฟังไม่ออก ขอแค่คุณซื้อของลิขสิทธิ์มาสะสม เงินเพียงแค่ไม่กี่พันบาทเท่านั้น ก็ถือว่าได้ช่วยเหลือนักวาดและบริษัทที่ทำอนิเมดีๆ ได้แล้วแท้ๆ"
ไม่ทราบว่า...ถ้าไปซื้อแบบลิขสิทธิ์มาดูตั้งแต่ต้น แล้วดูไม่รู้เรื่อง เพราะไม่เข้าใจภาษา
คนดูจะรู้มั้ยคะว่าอนิเมเรื่องนี้มันดี? จนถึงขนาดอยากจะเสียเงินเป็นพันไปซื้อมาเก็บไว้?
และการที่อนิเมผิดกฎหมายมันผุดเป็นดอกเห็ดเพราะอะไรคะ?
ก็เพราะมันมีกฎเหล็กคอยควบคุมไม่ให้การแปลอนิเมเรื่องนี้แบบถูกลิขสิทธิ์มันเกิดขึ้นไง
เนชั่นเอ็ดดูเทนเมนต์ได้ลิขสิทธิ์มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่แปลฉบับ "ถูกกฎหมาย" ออกมาซะที
เพราะติดปัญหาเรื่องการจัดเรตที่ไม่มีมาตรฐาน และความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ที่มาดูแลเรื่องนี้ก็มีจำกัดมาก แค่เห็นฉากร่างกายผู้หญิงก็หั่นๆๆๆ (มีต่อ)
คุณอย่าลืมว่าสมัยนี้มันมีอินเตอร์เน็ต ต่อให้คนในบ้านเราพยายามปิดหูปิดตาปิดกั้น มันก็ทำอะไรความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นสันดานพื้นฐานของมนุษย์ไม่ได้หรอก คนที่มีความรู้เรื่องภาษาเขาไปค้นเจออนิเมเรื่องนี้ เขาเห็นว่ามันดี แต่รอๆๆๆ ก็ไม่มีแบบลิขสิทธิ์ออกมา เขาก็อยากจะเผยแพร่ให้คนได้ดูกัน รวมถึงพวกพ่อค้าหัวใสที่ใช้ช่องทางนี้ทำเงินให้ตัวเองด้วย อันนั้นไม่เถียงหรอก
แต่ถามว่าที่เรื่องมันเกิดวนเวียนกันอยู่น่ะ มันเป็นเพราะอะไร? ถ้าไม่ใช่เพราะพวกผู้ใหญ่ในกระทรวงงี่เง่าคอยชี้นิ้วบอกว่าไอ้โน่นไม่ดี ไอ้นี่ไม่ดี โดยที่ตัวเองแค่เปิดดูรูปภาพ แต่ไม่ยอมพิจารณาเนื้อหาที่มันอยู่ลึกกว่าภาพเลย แล้วก็สั่ง "กำจัด"
คุณจะมาด่าที่ปลายเหตุนี่มันก็เกินไป ผู้บริโภคก็มีสิทธิ์เลือกนะคุณ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันมีการแปลเรื่องนี้อย่างถูกกฎหมาย ไม่ถูกหั่น ไม่ถูกแบน คิดหรือว่าคนจะไม่อุดหนุน
แล้วที่ว่าคนดูอนิเมเถื่อนว่าเป็น "โจรที่ขโมยผลงานสร้างสรรค์" นั่นน่ะ
เก็บไว้ด่าพวก "เจ้าของสิทธิ์" ที่มันก๊อปงานคนอื่นแล้วไม่ให้เครดิตจะดีกว่า
อย่างละครไทย การ์ตูนไทย ที่มันได้ไอเดียจากต่างประเทศน่ะ แล้วก็บอกว่าคิดเองๆๆๆ
คุณสาวกหูแมวอย่าแถสิครับ
คุณยอมรับรึเปล่า? ว่าการกระทำของคุณเองก็ช่วยทำลายผลงานการ์ตูนอยู่ ไม่แตกต่างจากกระทรวงงี่เง่าๆ ที่แบนของดีๆ แบบนี้เลยซักนิด คือสั้นๆ "ชั่วทั้งคู่" ไม่ใช่กรูไม่ผิด มึงผิดคนเดียว โบ้ยแต่ว่าคนอื่นผิด แต่พอตัวเองทำผิด...อ้าว ก็มันช่วยไม่ได้นี่หว่า?
ผมมันคนจน พอจนแล้วจะทำตัวโจรยังไงก็ได้ไม่ผิดงั้นเรอะ?
ถ้าจะชม จะช่วยเหลือวงการ ขอเป็นนามธรรมครับ
อย่ามาทำตัวเป็นคนดี เป็นพ่อพระแม่พระคอยปกป้อง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ทำผิดกฎหมาย
-----------
แล้วที่ว่าคนดูอนิเมเถื่อนว่าเป็น "โจรที่ขโมยผลงานสร้างสรรค์" นั่นน่ะ
เก็บไว้ด่าพวก "เจ้าของสิทธิ์" ที่มันก๊อปงานคนอื่นแล้วไม่ให้เครดิตจะดีกว่า
อย่างละครไทย การ์ตูนไทย ที่มันได้ไอเดียจากต่างประเทศน่ะ แล้วก็บอกว่าคิดเองๆๆๆ
-----------
ผมไม่เก็บเอาไว้ด่าแบบดับเบิ้ลสแตนดาร์ดหรอกครับ
ใครที่มันเลวขโมยสิ่งสร้างสรรค์ มันก็เลวเหมือนกันหมดล่ะครับ
เลวทั้งไอ้คนก๊อปปี้ผลงานมาขาย เลวทั้งคนที่อุดหนุน
คนไทยที่ไหนลูกช่างก๊อปก็เลว คนญี่ปุ่นที่ไหนชอบของก๊อปก็เลว
เลวไม่ขึ้นกับชนชาติครับ อยู่ที่สันดาน...เลวพอๆ กัน!!!
ชัดนะครับ?
แถมอีกนิด ผมไม่ใช่ตัวป่วน และไม่อยากมาป่วนหรอกนะ
แต่สงสารคนญี่ปุ่น (และคนไทยดีๆ ที่ยังเหลือ) พยายามเพื่อพัฒนาการ์ตูนดีๆ ออกมาสู่สังคม "ด้วยการกระทำ" ไม่ใช่ "คำพูดสวยหรู"
และก็ผมตามเก็บ ซื้อสินค้าทุกเรื่องที่ผมชอบครับ
บ้านไม่ได้รวย เงินเดือนก็หางอึ่ง แต่เก็บตังค์ซื้อเอา...ซื้อด้วยใจครับ ไม่ใช่ด้วยปาก
"คนไทยที่ไหนลูกช่างก๊อปก็เลว คนญี่ปุ่นที่ไหนชอบของก๊อปก็เลว
เลวไม่ขึ้นกับชนชาติครับ อยู่ที่สันดาน...เลวพอๆ กัน!!! "
ผมไม่ชอบท่าทีแบบนี้เสียเลย เรื่องแบบนี้มันซับซ้อนกว่าเรื่องที่จะเป็นคนดีหรือเป็นคนเลวนะครับ
คนที่อยากอ่านการ์ตูนเรื่องหนึ่งใจจะขาด แต่ไม่มีฉบับพิมพ์ลิขสิทธิออกมาสักที เขาจึงต้องไปซื้อฉบับไพเรต ถามว่าเขาเป็นเลวหรือ?
หรือจริง ๆ แล้วเขาแค่อยากจะได้สัมผัสงานที่เขาไม่มีโอกาสสัมผัสในโลกที่ License โหดเหี้ยม
ผมเข้าใจความรู้สึกของคนที่ทำสำนักพิมพ์อย่างถูกลิขสิทธินะครับ ว่าเขาต้องผ่านด่านอะไรหลายอย่างกว่าจะได้มา ออกช้าก็จะถูกคนอ่านหาว่าดอง ฯลฯ
เพราะฉะนั้นถ้ามันมีแบบ License ออกมาดี ๆ มีคุณภาพกว่าแบบ Pirate ผมก็อยากจะอุดหนุน
แต่ปัญหาเรื่อง Pirate อย่างที่คุณสาวกหูแมวชี้ไว้ จริง ๆ แล้วมันมาจาก "ผู้ซื้อ" จริง ๆ หรือ
หรือมันมาจากระบบที่ยุ่งยาก การตรวจสอบไร้มาตรฐาณ (จ้องแต่จะแบน) ของพวกผู้ใหญ่บางกลุ่มเท่านั้นกันแน่
ลองคิดดูนะครับ ผมเชื่อว่า มันเป็นเรื่องของโครงสร้างระบบลิขสิทธิ์ที่กดทับทำให้คนต้อง ไปหาของไพเรตอ่าน เพราะฉะนั้นจะโทษคนอ่านอย่างเดียวมันไม่ถูก
โอ๊ย ปัญญาอ่อนจริงๆ พวกนี้
การ์ตูนมันไม่ใช่เรื่องจริง เขาแต่งกันมา รู้ป่าว
เอาไว้หลอกเด็ก
งี่เง่ามาเถียงกันเป็นคุ้งเป็นแคว
พวกปัญญาอ่อน
จะติดตามอ่านนะจ๊ะ :)
ตามพี่ฉันท์มาอีกทีจ้า
ชอบความเห็นของ Parid แฮะ
Submitted by ถามจริงๆ เหอะ on 23 December 2007 - 22:40:02 - ip: 58.8.144.146
คุน "ถามจิงจิงเหอะ"
มึงเป็นบ้าป่าวอ่ะ
= =
คุนทำเหมือนคุนไม่เคยใช่
ของผิดกฎหมายงั้นแหละ
คุนทำเหมือนของใช้ทุกอย่างในบ้านคุน
มันถูกกฎหมายหมดงั้นแหละ
คอมบ้านคุนหนะ ใช้ window แท้รึป่าว ?
แล้วคอมบ้านคุนหนะ มี mp3 ฟังป่าว
แล้วที่คุนฟังๆหนะ มันถูกกฎหมายป่าว
อย่าว่าแต่คนอื่น
มีลูกยัง
ลูกคุนดูกาตูนป่าว
ลูกคุนหนะ ทำผิดกฎหมายรึป่าว
หูยอีกบ้า
ดีแต่ว่าเค้า บ้านเก็บกด อ่อ?
แหวะ ไอ้ Parid ไม่เห็นเจ๋งไรเลย
การ์ตูนมันเป็นเรื่องสมมติ น่ะ
ปัญญาอ่อนจริงๆ
คุณเย่ ก็เลือดร้อนนะ สุภาพหน่อยดิ
มึงต่อยกับกูป่าว ไอ้เย่
ผมมาอ่านกระทู้นี้ ทุกตัวอักษรแล้ว แต่ก้อจะไม่ขอให้ความเห็นเกี่ยวกับ ข้อโต้แย้งที่พวกคุณมาด่าๆ กันหรอกนะคับ
แต่ว่า การ์ตูนเรื่องนี้ ผมก้อดูจบแล้วซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นการ์ตูนที่ดีมากๆ และผมก้อจะไปหาซื้อหนังสือเก็บไว้ด้วย แต่ว่ามาเจอข้อความบอกว่า ทำออกมาแค่เล่ม 9 ก้อหยุดซะแล้วเพราะโดนแบน มันก้อแย่นะคับ จิงอยู่การ์ตูนเรื่องนี้ รุนแรงมากๆ แต่ถ้าดูกันจิงๆ มันก้อเป็นความจิงไม่ใช่หรอ ซึ่งโลกเรามันก้อโหดร้าย
และเห็นด้วยคับ กับที่บอกว่า "การ์ตูนเรื่อง Elfen Lied กับไดครอเนียสในเรื่องมีชะตากรรมเหมือนกันอย่างน่าขัน นั่นคือถูกกำจัดเพราะมนุษย์ที่ไม่พยายามทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ตัดสินว่าเป็นตัวอันตราย ฉันสงสัยว่า ถ้าคนเหล่านั้นได้ลองอ่าน Elfen Lied อย่างจริงจัง เขาจะรู้สึกตัวไหมว่า การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่การ์ตูนโป๊หรือมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความรุนแรง แต่มันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อต่อต้านการแก้ปัญหาด้วยการ กำจัดทิ้ง อย่างที่ตัวเขากำลังทำอยู่นั่นเอง."
เฮ้อ อยากบอกว่าพวกคุณน่ะ ดูการ์ตูนเรื่องนี้ให้จบซะก่อนแล้วค่อยตัดสินว่า Elfen Lied นั้นเป็นยังไง
ไอ่คุณเกรียนสาด ชามทะนาว แม่งเกรียนได้ใจจิงคับ เหอะๆ
กาตูนดี หาชมยาก ฮิฮิ
เค้าเถียงไรกันเราไม่รู้
แต่ว่าเรื่องแบนนี่ ไม่น่าเรย
ทีหนังจีน เกาหลี (ไทยก็มี) คร่าฟันกันเปงพันๆคนตายทั้งกองทัพไม่เห็นมีใครว่ารุนแรง
ส่วนเรื่องโป๊นั่น ภาพการ์ตูน..เฮ้อๆ สู้ของจิงก็ไม่ได้ ทำเปนซีเรียสสส
เซงงงงง