blog review

เด็กแว้นกับสาวสก๊อย แบบ 'หรอยกู'
ในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มจะร้อนผ่าวๆ ขึ้นมาอีกรอบ ลองไปอ่านการ์ตูนลายเส้นดิบๆ ที่เข้ากันดีกับอารมณ์ขันแบบแสบๆ คันๆ ที่ไม่ได้หาง่ายๆ ตามท้องถนนทั่วไป
บล็อก หรอยกู (http://www.roigoo.com/) เป็นผลงานสร้างสรรค์ Gag Cartoon ของนักคิดนักเขียนการ์ตูนผู้มีความคันอยู่ในหัวใจ ที่สังเกตเรื่องราวความเป็นไปต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม แล้วนำมาวิพากษ์ในรูปแบบของการ์ตูนได้อย่างน่ารักน่าชัง จากนั้นก็นำมาอัพโหลดลงในพื้นที่ออนไลน์และแจกจ่ายให้ใครๆ ได้อ่านกันฟรีๆ
แต่สิ่งที่น่าสนใจของหรอยกูไม่ได้อยู่ที่มีการ์ตูนฟรีให้อ่าน เราสามารถตามไปดูจรรยาบรรณของ 'เด็กแว้น-เด็กสก๊อย' ผ่านมุมมองที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ หมั่นไส้ และเอ็นดู บรรดาสิงห์นักบิดรุ่นกระเตาะ ซึ่งมีการหยอกล้อแต่พองาม ทำให้คนอ่านได้ยิ้มและอิ่มใจไปด้วย
นอกจากนี้ยังมีการ์ตูน 'ลูกพร้าวกับพุดดิ้ง' ปรากฏการณ์ 'โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี และคนชรา' ซึ่งกำลังหายสาบสูญ รวมถึงการต่อสู้ของเด็กยุคใหม่ที่ถูกปลูกฝังให้คิดถึงการ 'เอาชนะ' ไว้ก่อน อย่าง 'เดนนิส' ซึ่งหักมุมจบด้วยรอยยิ้มรวมอยู่ด้วยกัน
ชะตากรรมของตัวการ์ตูน (หรือตัวละคร?) ในหรอยกูยังไม่จบและไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่อ่านดูแล้วจะรู้ว่า 'หรอยจริงๆ'
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
เท่าที่สังเกตโดยอาศัยประสบการณ์ส่วนตัวและคนรอบข้าง ดูเหมือนว่า ‘นักจัดรายการวิทยุ' หรือ DJ ในยุคมิลเลนเนียม จะต้องมีคุณสมบัติคล้ายๆ กัน คือ พูดเก่ง ยิงมุขฮากระจาย ชวนคนฟังเล่นเกม และท่องจำรายชื่อสปอนเซอร์ได้อย่างชัดเจนไม่มีตกหล่น
หรือกรณีที่คนฟังวิทยุไม่นิยมดีเจพูดมาก ก็จะมีรายการอีกประเภทไว้คอยท่า คือรายการวิทยุที่ ‘ไม่มีดีเจ' แต่จะมีเพลงเปิดให้ฟังสลับกับโฆษณา และรายการทั้ง 2 ประเภทที่ว่ามาก็ได้รับความนิยมสูงเสียด้วย ส่วนเรื่องที่ว่า-ดีเจแต่ละคนมีภูมิรู้เรื่องดนตรีแน่นแค่ไหน หรือมีวิธีพูดคุยถึงเรื่องในสังคมและชีวิตประจำวันให้คนฟังได้คิดตามหรือรู้สึกเพลินๆ ได้หรือเปล่า กลับไม่ค่อยมีใครพูดถึงสักเท่าไหร่
ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยเหมือนกันว่ามาตรฐานนักจัดรายการวิทยุแบบหลังเริ่มหายหน้าหายตาไปตอนไหน?
แล้ววันหนึ่งรายการวิทยุ The Radio คลื่น 99.5 FM ซึ่งเป็นแหล่งรวมของดีเจรุ่นใหญ่ (อาทิ มาโนช พุุฒตาล, วาสนา วีระชาติพลี หรือ วิโรจน์ ควันธรรม ฯลฯ) ไม่ค่อยเปิดเพลงตาม ‘รีเควสท์' ของคนฟัง แถมยังไม่มีค่ายเพลงค่ายไหนสนับสนุนเป็นพิเศษ (แต่ ‘รู้ลึกรู้จริง' เรื่องดนตรีกันทุกคน)-ก็หลุดจากผังไปเมื่อปลายปี 2550 ด้วยเหตุผลว่า ‘เรตติ้งไม่ดีพอ' ที่สปอนเซอร์จะให้การสนับสนุน
ฟังดูเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะวัฏจักรของธุรกิจดนตรีในโลกทุนนิยมก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เพียงแต่ครั้งนี้คนฟังที่เคยเป็น ‘พลังเงียบ' มาตลอด กลับลุกขึ้นมาทักท้วงและเรียกร้องให้รายการ The Radio ได้กลับมาออกอากาศอีกครั้ง เพราะนี่คือรายการวิทยุที่พวกเขาเห็นว่า ‘มีคุณค่า' และ ‘มีสาระหลากหลายมากกว่าการเปิดเพลงตามคำขอ' ที่มีอยู่เกลื่อนแผงหน้าปัดวิทยุ
บล็อกจำนวนหนึ่งจึงเกิดขึ้นเพื่อรายการวิทยุแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Save the Radio หรือ The Radio Live และ Radio Star ที่เคยเป็นบล็อกดั้งเดิมของเดอะเรดิโอ บล็อกเหล่านี้เป็นศูนย์กลางสำหรับคนฟังที่ต้องการให้เดอะเรดิโอกลับมาออกอากาศ ลงชื่อเรียกร้องกับทางสปอนเซอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ‘นานๆ ที' จะเกิดขึ้นสักครั้ง
ใครสนใจลองเข้าไปเข้าไปดูได้ตามอัธยาศัย เผื่อบางทีปรากฎการณ์ที่ ‘คนชั้นกลาง' ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเพื่อรายการวิทยุเล็กๆ รายการหนึ่ง อาจต่อยอดไปสู่การเคลื่อนไหวในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประเด็นโครงสร้างมากขึ้นก็ได้...ใครจะรู้...เพราะอย่างน้อยครั้งนี้ ทุนนิยมก็ไม่ได้ชนะขาดลอยเหมือนที่แล้วๆ มา
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]
ช่วงนี้กำลังเห่อเกมฝึกภาษาอังกฤษอย่าง Freerice เป็นพิเศษ ให้อารมณ์เหมือนตอนอ่านหนังสือเตรียมสอบเอนทรานซ์ แต่สนุกสนานกว่ากันมาก
เกม ‘เล่นคำ' แล้วได้ ‘ข้าว' เป็นโครงการ Word Food Program ของ UN ที่เปิดให้คนทั่วโลกฝึกภาษาอังกฤษด้วยการทายความหมายของคำแต่ละคำ ด้วยการจับคู่คำที่เป็น ‘โจทย์' กับคำที่เป็น ‘คำตอบ' ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน หรือถ้าจะพูดง่ายๆ กว่านั้น นี่คือแบบฝึกหัดเพื่อหา Synonym ฉบับออนไลน์นั่นเอง
สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือ คะแนนที่ได้จากการเล่นเกมจะคิดเป็นข้าวสารจำนวนหนึ่ง ซึ่งทาง UN จะนำไปบริจาคให้กับประเทศที่ขาดแคลนอาหาร และเกมนี้ก็เล่นได้เรื่อยๆ จนกว่าจะเหนื่อยกันไปข้าง ไม่มีเกมโอเวอร์ จะมีก็แต่การเก็บระดับเพื่อให้มีคะแนนไปแลกข้าวเยอะๆ
ส่วนเงินที่จะใช้ในการจัดหาข้าวเพื่อนำไปบริจาคให้กับประเทศที่ประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร มาจากบริษัทที่ลงโฆษณากับ Freerice และยิ่งมีคนเข้าไปเล่นเกมนี้มากเท่าไหร่ ทาง World Food ก็จะนำัตัวเลขผู้เล่นเกมไปต่อรองเงินบริจาคกับบริษัทเหล่านั้นำได้มากขึ้นด้วย
[ Permalink ] . [ 4 Comments ]
ทุกครั้งที่กวาดตาไปยังข่าวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์...เรามักสะดุดตากับ ‘ข่าวร้าย' มากกว่า ‘ข่าวดี' และคนที่ภูมิต้านทานความเศร้าต่ำ อาจรู้สึกหดหู่เมื่อได้เห็น จนบางทีก็เกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่า เราบริโภคข่าวร้ายมากเกินไปหรือเปล่า?
ไม่ใช่ว่าจะมาชวนให้ใครหลบหนีจากโลกแห่งความจริง (อันโหดร้าย) แต่หลายคนที่คิดว่า เราควรมีพื้นที่ข่าวที่สร้างสรรค์จรรโลงใจในชีวิตประจำวันบ้าง โปรดฟังทางนี้...
บล็อก ‘Happy Media' เป็นพื้นที่หนึ่งซึ่งเปิดไว้รอท่า เพราะบล็อกเกอร์ประจำของที่นี่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘สื่อสร้างสรรค์ (ความสุข)' หรือ "กลุ่มคนที่มีความสนใจใฝ่หาการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสุขภายใน สร้างสรรค์ความสุขภายนอกให้ผู้อื่นและสังคม" โดยการ "ร่วมกันคิด พูดคุย เรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ สนุกๆ และผ่อนคลาย"
ด้วยความหวังว่า "มิตรภาพ ความงามในชีวิต และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จะนำไปสู่ความสุขอย่างยั่งยืนในชีวิตของทุกคนและแผ่ขยายไปในเครือข่ายของสังคมต่อไป"
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
Deep South Watch คือพื้นที่แห่งหนึ่งบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งขับเคลื่อนโดยนักข่าวหลายค่ายหลายสำนักที่เคยรวมตัวกันทำงานในยุคบุกเบิกของสถาบันข่าวอิศรา (สถาบันนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย) ซึ่งลงไปฝังตัวอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นเวลานาน
ปัจจุบัน นักข่าวกลุ่มนี้มีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อรายงานความเป็นไปและข้อเท็จจริงของจังหวัดชายแดนใต้ และได้แตกหน่อมาทำงานในฐานะองค์กรสื่ออีกแห่งหนึ่ง โดยร่วมมือกับ นักวิชาการ และบุคลากรในแวดวงต่างๆ ที่ในพื้นที่ ภายใต้สโลแกน ‘เรียนรู้และเข้าใจชายแดนใต้'
ที่นี่ไม่ได้มีแค่รายงานเหตุร้ายรายวัน เพราะเน้นหนักที่การเปิดมุมมองของคนในพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ ‘คนนอก' ได้รับรู้รับฟังและทำความเข้าใจ
ที่สำคัญคือมีหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กและข้อมูลการวิเคราะห์วิจัยของนักวิชาการในจังหวัดชายแดนใต้ เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีในรูปแบบ pdf.ด้วย!
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
นักเดินทาง, นักท่องเที่ยว, นักทัศนาจร, ตัวฤทธิ์ ฯลฯ รวมถึงคนที่คิดจะหนีบ้านหนีช่องไปท่องโลก เชิญลับสมองกับเกม Traveler IQ เพื่อทดสอบความรู้เบื้องต้นว่า ‘คุณรู้จักโลกใบนี้ดีแค่ไหน'
เข้าไปลองเล่นเกมออนไลน์ฟรีๆ ดูได้ที่ travelpod.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเว็บหนึ่ง
ถึงจะเป็นเกมวัดไอคิวและความรู้รอบตัว แต่ก็ไม่ได้ยากจนหืดขึ้นคอ พอเล่นเพลินๆ เป็นเกมฆ่าเวลา และคนเล่นเกมก็จะได้ศึกษาแต่ละซอกมุมของโลกไปด้วยในตัว เพราะเกมนี้จะมี ‘แผนที่โลก' ขึ้นมาโชว์ที่หน้าจอ พร้อมชุดคำสั่งในเกมที่เปิดโอกาสให้เลือกได้ว่าจะเล่นเกมอะไร เช่น อยากได้ชุดคำถามเกี่ยวกับทวีปไหน (มีทุกทวีป), เมืองหลวง หรือว่าธงชาติที่โชว์ให้ดูเป็นของประเทศอะไร ฯลฯ
วิธีเล่นก็ง่ายๆ แค่คลิกเมาส์ลงบนแผนที่โลกเป็นการระบุคำตอบ แต่ที่ทำให้เกมตื่นเต้นขึ้นมาอีกนิด คือการจับเวลาและการสะสมคะแนน ใครที่สะสมแต้มได้ตามระดับที่กำหนดไว้ ก็จะผ่านไปเล่นเกมในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
แต่เล่นจนจบเกมแล้วจะเป็นยังไง สารภาพว่าไม่รู้เหมือนกัน เพราะยังไม่เคยไปถึงระดับนั้นซะที
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
ถ้ามาพูดถึงเรื่อง ‘บริโภคนิยม' ตอนนี้ อาจจะตกยุคไปสักหน่อย เพราะใครๆ เขาก็พูดถึงแต่เรื่อง ‘พอเพียง' กันทั้งนั้น แต่พอไปเจอบล็อกของคน ‘นิยมบริโภค' อย่าง iloveeating.wordpress ก็อดไม่ได้ที่จะเอามาเล่าสู่กันฟัง
บล็อกนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้คนฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมอยากได้อยากมีอยากใช้จ่าย แต่เป็นการหาความสุขง่ายๆ ด้วยการ ‘บริโภค' อาหารอร่อยๆ ที่มีการแจกสูตรให้ไปทำเองบ้าง บางทีก็แนะนำอาหารแช่แข็งหรืออาหารสำเร็จรูปที่มีขายตามร้านทั่วไป (แม้ว่าบางอย่างอาจจะยังไม่มีขายในประเทศไทย-ด้วยเหตุว่าเจ้าของบล็อกเป็นคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ) แต่การให้คะแนนเรื่องรสชาติ หน้าตา และความคุ้มค่าระหว่างราคากับปริมาณอาหารสำเร็จรูป ก็น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนชอบกินทั้งหลาย
ล่าสุด เจ้าของบล็อกเพิ่งฉลองตัวเลขผู้เข้าชมบล็อกถึงหลักหมื่น ด้วยการแจกจ่ายวิธีทำ ‘หอยแมลงภู่อบ' ราดหน้าด้วยมายองเนส ซึ่งถ้าดูรูปประกอบไปด้วยขณะอ่าน อาจทำให้หลายคนน้ำลายไหลย้อยยยย...
นอกจากนี้ สูตรเด็ดที่มีคนเข้าไปดูอีกจำนวนไม่น้อย ได้แก่ วิธีทำ ‘ผักโขม' ใ้ห้อร่อย, น้ำเต้าหู้ (ทำเองก็ได้ ง่ายจัง), กับแกล้มขี้เหล้า...วันฝนพรำ และส้มตำ (คนไกลบ้าน)
อ่านวิธีทำ พร้อมดูภาพประกอบ หูก็ฟังเพลงเพราะๆ ไปด้วย
บริโภคกันแบบนี้ คงไม่มีใครแอบจิกกัดหรอกนะว่า ‘ไม่รู้จักพอเพียงเอาซะเลย'
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
แนวคิดเรื่อง ‘ห้องสมุดไร้กำแพง' หรือ Library without wall ถูกพูดถึงในหลักสูตรการเรียนรู้ของเหล่าบรรณารักษ์มาหลายปีดีดักแล้ว และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำลายกำแพงห้องสมุดลง เพื่อทำให้แนวคิดนี้เป็นจริงขึ้นมาได้
พักหลังๆ เลยไม่ค่อยมีคนติดกับภาพบรรณารักษ์ยุคก่อนๆ ที่ต้องอนุรักษ์ความเชย ความเฮี้ยบ และเงียบเอาไว้กับตัว เพราะบรรณารักษ์ยุคใหม่เปิดตัวเองกับโลกภายนอก (และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) มากขึ้นเยอะ
บล็อกยอดนิยมเจ้าหนึ่งในเวิร์ดเพรส ได้แก่ บล็อกเกี่ยวกับห้องสมุด projectlib.wordpress.com ซึ่งเจ้าของบล็อกประกาศตัวว่าเป็นหนอนหนังสือเต็มขั้น และเป็นหนึ่งในบรรณารักษ์ยุคดิจิทัลที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองพอๆ กับที่สนใจข้อมูลที่เป็นสาระความรู้อื่นๆ ด้วย
เพราะอย่างนี้ความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ในแวดวงต่างๆ นอกเหนือจากเรื่องหนังสือ ห้องสมุด วัฒนธรรม สังคม ที่น่ารู้ เลยถูกรวบรวมเอาไว้ในบล็อกนี้อย่างจุใจ
ที่สำคัญ บรรณารักษ์ที่นี่ไม่มองลอดแว่นหรือทำตาเขียว กรณีที่ใครคิดจะอ่านออกเสียงดังๆ หรือจะเอาอาหารมากินประกอบการอ่านบล็อกห้องสมุดแห่งนี้แน่ๆ
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]
กระแสต่างๆ นานา (หรือคำว่า ‘Trend' อันแสนจะฮิต) เกิดขึ้นใหม่ทุกวัน นับตั้งแต่โลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ กระแสที่ว่ามีทั้ง แฟชั่น-เสื้อผ้า-ดนตรี-กีฬา-ภาพยนต์-บันเทิง-การเืมือง ฯลฯ ซึ่งมีอานุภาพมากพอที่จะโน้มน้าวจิตใจหรือกระตุ้น ‘ความอยาก' ที่จะอุปโภคบริโภคของคนส่วนใหญ่ได้ จึงมีการยอมรับให้ ‘เทรนด์' เหล่านี้เข้ามามีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้อย่างง่ายดาย
แต่ไปๆ มาๆ ดูเหมือนว่ามีคนอีกไม่น้อยที่ต้องการหลีกหนีไปให้พ้นกระแสความทันสมัย In ‘Trend' ที่แทบจะเปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน ด้วยความที่มันสิ้นเปลือง เหนื่อยและไม่มีที่สิ้นสุดเสียที
อาจเป็นเพราะเหตุนี้ กลุ่มนักการตลาด, โปรแกรมเมอร์, สื่อมวลชน, นักรัฐศาสตร์ และนักสร้างกระแส (หรือที่เรียกกันเก๋ๆ ว่า trendsetter) จากเนเธอแลนด์ จึงร่วมกันก่อตั้งบล็อก trendwatching.com ขึ้นมา เพื่อเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของ ‘กระแส' ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก จากนั้นก็จะประเมินสถานการณ์ว่าเจ้ากระแสที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ นั้นมีความเป็นมาอย่างไร และได้สร้างผลกระทบอะไรบ้างกับวิถีชีวิตและผู้คน
เทรนด์ล่าสุดที่เขาว่ากำลังมาและจะฮิตต่อไปถึงปีหน้าก็คือ ‘กระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม' และบล็อกนี้ทำนายไว้ด้วยว่า กระแสที่จะตามมาต่อจากนั้นอีกทีก็คือ ‘กระแสต่อต้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม' โดยให้เหตุผลว่า เพราะมันมีกระแสอนุรักษ์เกิดขึ้นมากเกินไป ก็เลยกลายเป็นขั้วกลับไปยังฝั่งตรงข้าม คนที่เคยให้การสนับสนุนก็อาจกลายเป็นเสียงต่อต้านไปแทน...
ทุกวันนี้ นักเล่นเน็ตทั่วโลกราว 8 พันคน เข้าร่วมเป็นสมาชิกของบล็อก trendwatching คอยสอดส่องดูแลและเฝ้าระวังว่ามีกระแสหรือเหตุการณ์อะไรสำคัญๆ เกิดขึ้น เพื่อที่คนส่วนใหญ่จะได้รู้ทันและเข้าใจกระแสที่เกิดขึ้นเหล่านั้น โดยที่ไม่ถูกมันซัดซวนเซไหลตามกระแสไปจนไม่ทันตั้งตัว...
[ Permalink ] . [ 1 Comments ]
000
อุตสาหกรรมเพลงกระแสหลัก ฝั่งอังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น หรือว่ายุโรป ฯลฯ ล้วนแข่งกันเติบโต ‘ทางกว้าง' มาสักพักใหญ่ๆ แต่ไม่ค่อยมีความคืบหน้าที่มันตื่นเต้นเร้าใจใน ‘เชิงลึก' มากนัก โปรดิวเซอร์ดนตรีที่เก่งๆ ส่วนใหญ่ก็รับหน้าที่ดูแลศิลปินมากมายจนกลิ่นอายทางดนตรีมันฟังซ้ำๆ ย่ำอยู่กับที่ ไม่ค่อยอิ่มรูหูนักฟังเพลงสักเท่าไหร่
แต่แล้วบล็อกโดนใจอย่าง fluxblog.org ก็บังเกิด!
นิตยสารนิวยอร์กไทมส์ จัดอันดับให้ fluxblog ติด 1 ใน 5 บล็อกสุดเจ๋งในปีนี้ เพราะชื่นชมในการเปิดพื้นที่ให้นักร้อง-นักดนตรีทั่วโลกได้เผยแพร่ผลงานเพลงของตัวเองโดยไม่ต้องรอข้อเสนอ (ที่มาพร้อมเงื่อนไข) ของบรรดาค่ายเทปต่างๆ
พลเมืองโลกไซเบอร์ที่รักเสียงดนตรี รู้วิธีโพสต์เพลงขึ้นเว็บ และที่สำคัญ มีความสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จะมีช่องทางระบายผลงานเพลงของตัวเองมากขึ้นอีกหนึ่งแห่ง โดยไม่จำเป็นต้องหน้าตาดี หุ่นเซ็กซี่ หรือเป็น ‘เอนเตอร์เทนเนอร์'
ขอเพียงรู้วิธีสร้างสรรค์เสียงเพลงและเสียงดนตรีก็พอแล้ว
เพลงหลายเพลงที่โพสต์ลง fluxblog สามารถฟังได้จนจบเพลง (แต่ดาวน์โหลดไม่ได้) โดยคนโพสต์สามารถเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเพลง เพื่อปูทางให้คนฟังเข้าใจในเนื้อหาของเพลงได้ด้วย แล้วคนที่เข้ามาฟังจะชอบ-ไม่ชอบ หรือมีคำแนะนำอย่างไร ก็จะโพสต์ข้อความเอาไว้เป็นการสนทนาแลกเปลี่ยนทางตรง
น่าสนใจตรงที่ว่า เนื้อหาของเพลงที่ปรากฎใน fluxblog หลากหลายกว่าเรื่องของปัจเจกบุคคลหรืออารมณ์-ความรู้สึก แต่กินลึกไปถึงระดับจิตวิญญาณ มีการวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างที่มันยิ่งใหญ่กว่าเครือข่ายมนุษย์ ซึ่งเวียนว่ายอยู่ในสังคมเดิมๆ
น่าจะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ทำให้วงการเพลงมีแนวโน้มจะหลุดพ้นจากการครอบงำของวัฒนธรรมMTVได้ในเร็ววัน
http://fluxblog.org/
[ Permalink ] . [ 0 Comments ]